วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ ซ่อมเองได้ไม่ยุ่งยาก ถ้าจะนับหมวดหมู่ใหญ่ๆของจักรยานที่ใช้กันในยุคนี้นั้น อาจจะแบ่งได้เป็นเพียงสองประเภท

วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ ซ่อมเองได้ไม่ยุ่งยาก

วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ ซ่อมเองได้ไม่ยุ่งยาก

วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ ซ่อมเองได้ไม่ยุ่งยาก ถ้าจะนับหมวดหมู่ใหญ่ๆของจักรยานที่ใช้กันในยุคนี้นั้น อาจจะแบ่งได้เป็นเพียงสองประเภทคือ จักรยานมีเกียร์ และจักรยานแบบไม่มีเกียร์ ซึ่งเราจะพูดกันก่อนถึงจักรยานไม่มีเกียร์ เพราะเป็นประเภทของจักรยานที่เกิดขึ้นมาก่อนในโลกนี้ ถือว่าเป็นจักรยานที่มีกลไกไม่ซับซ้อน จับรถขึ้นมาและออกปั่นไปได้เลย ตัวอย่างของจักรยานประเภทนี้ก็เห็นจะเป็น จักรยานประเภทฟิกซ์เกียร์ Single Speed ที่หลายๆคนนั้นชื่นชอบ รวมไปถึงจักรยานแม่บ้าน จักรยาน BMX ที่เป็นจักรยานแบบพื้นๆ และจักรยานอีกแบบหนึ่งซึ่งเป็นจักรยานแบบมีเกียร์นั้น จะเป็นจักรยานที่ใช้กันส่วนมาก และนิยมกันมากในช่วงหลายสิบปีหลังนี้ เพราะสามารถทุ่นแรงได้เวลาปั่น ทางขรุขระก็ไม่หวั่น ทางเขาก็ไม่กลัว เพราะมีเกียร์ทดไว้ทุ่นแรงนั่นเอง

วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ แบบไม่ต้องพึ่งช่าง

จักรยานมีเกียร์ถ้าจะซ่อมที ก็ยุ่งยากเหลือเกิน สู้ยกไปให้ช่างทำดีกว่า ซึ่งถ้ามีทุนพอที่จะซ่อมกันได้ก็ไม่ผิดกติกา แต่อันที่จริงแล้ว การซ่อมจักรยานมีเกียร์นั้น ไม่ได้ยุ่งยาก สามารถทำเองได้ ยกเว้นบางระบบที่อาจจะต้องพึ่งช่างผู้ชำนาญ เช่น การซ่อมระบบเบรก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา และความเชี่ยวชาญ ระบบโช้คอัพ ที่อาจจะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะเช่นเดียวกับระบบเบรก รวมไปทั้งจักรยานมีเกียร์ที่เป็นระบบใหม่ล่าสุดอย่างระบบไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันนี้มีให้ใช้ทั้ง mtb และเสือหมอบ เสียทีหนึ่งก็ต้องเข้าศูนย์เพื่อทำการซ่อมหรือดูแลรักษาแบบรถยนต์กันเลย

วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ กับปัญหาหลักๆที่เจอกันบ่อย

หลากหลายปัญหาที่นักปั่นจักรยานประสบกันมากนั้น ก็มีอยู่หลายอย่าง วิธีแก้ไขก็มีทั้งยากและง่ายลดหลั่นไปกัน ซึ่งปัญหาหลักๆที่จะเจอกันบ่อยๆนั้น ก็จะได้แก่

  1. ยางแบน ถือว่าเป็นปัญหาปวดหัวของนักปั่น และสร้างความรำคาญอยู่เหมือนกัน เพราะ 80% ของนักปั่นนั้น เมื่อเวลาออกทริปไกลๆ ก็ต้องเคยเจอกันมาแล้ว ซึ่งก็แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนยาง ในกรณีที่พกยางสำรองไป หรืออาจจะทำการปะเองก็ได้ไม่ยุ่งยาก แต่ก็ต้องพกชุดปะไปด้วย ซึ่งถ้าหากไม่ได้นำสองอย่างนี้ไป บอกได้เลยว่างานนี้มีจูงยาว หรืออาจจะใช้ท่าไม้ตาย “โบก” กลับบ้านแบบไม่ต้องเสียเหลื่อ
  2. เกียร์ค้าง หรือเกียร์กระโดด ขณะกำลังเมามันกับการปั่นนั้น พอจังหวะขึ้นเขา หรือกำลังอยากจะซิ่งซักหน่อย ถึงจังหวะเปลี่ยนเกียร์แล้วดันทรยศ ดันไปไม่ตามที่หวังซะนี่ ก็ไม่ต้องตกใจ ขั้นแรกก็ต้องหยุดรถกันก่อนดูว่ามีชิ้นส่วนไหนที่บิดงอหรือไม่  แก้ไขเองแบบหน้างานได้หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่หนักหนาเช่น สายเกียร์หรือชุดขับเคลื่อนมีสิ่งสกปรกเข้าไปรบกวน ก็พอแก้ไขได้ แต่ถ้าหนักถึงขั้นสายเกียร์ขาด งานนี้ก็บอกเลยว่าต้องถึงมือช่างแน่นอน ถ้าไม่ได้เตรียมสายเกียร์สำรองมา
  3. โซ่ตก ปกติแล้วโซ่เมื่อใช้งานนานๆก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยมากก็จะเกิดจากโซ่ยืด หรืออาจจะยาวเกินไป อาจจะทดสอบดูโดยทำการวัดด้วยเครื่องมือว่าโซ่ยืดมากหรือไม่ ซึ่งถ้ายืดมากเกิน ให้ทำการเปลี่ยนทันที หรืออาจจะต้องตัดโซ่ส่วนที่ยาวออก

วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ กับข้อมูลเล็กๆน้อยๆ ของเกียร์จักยาน

ปัจจุบันนี้ล่าสุดจักรยานมีกี่เกียร์กันแล้ว ซึ่งในท้องตลาดที่มีซื้อขายกันนั้น จักรยานมีอยู่กันถึง 13 เกียร์เข้าไปแล้ว แต่ที่นิยมกันมากก็จะเป็นระบบ 10-12 เกียร์ เพราะถือว่าเป็นระบบที่ครองตลาดมานาน รวมทั้งจักรยานพับที่ขึ้นชื่ออย่าง Brompton ที่ยังใช้ระบบเกียร์เพียง 3 เกียร์แต่จะมีล้อที่เล็ก จึงสามารถปั่นได้ในระยะทางที่ยาวไกล

บทสรุป วิธีซ่อมจักรยานมีเกียร์ ทุกปัญหาแก้ได้ด้วยตัวเอง

สรุปกันเลยว่า ถ้าหากไม่อยากลำบากจูงกลับ สิ่งที่เราแนะนำให้พกไปขณะปั่นโดยเฉพาะยิ่งการปั่นระยะทางไกล ก็คือ ชุดตัดต่อโซ่ สูบลมขนาดเล็กพร้อมยางสำรองและชุดปะ เครื่องมือสามัญอย่างชุดหกเหลี่ยมพกพา รวมน้ำหนักที่พกไปนั้น ไม่ถึง 1 กิโลกรัมอย่างแน่นอน เราสามารถที่จะพกใส่กระเป๋าหลังเสื้อจักรยานหรือชุดกระเป๋าที่ติดอยู่กับท้ายอานหรือเฟรมได้สบายๆ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *