Cannondale Super Six EVO Neo เสือหมอบที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

Cannondale Super Six EVO Neo เสือหมอบที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

Cannondale Super Six EVO Neo เสือหมอบที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

 สำหรับหลาย ๆ ทีมจักรยานระดับโปรนั้นได้เปิดตัวผู้สนับสนุน และชุดแข่งขันต่าง ๆ สำหรับฤดูกาลใหม่ กันอย่างต่อเนื่อง และทีมสีชมพูอย่าง EF Pro Cycling ก็เช่นกัน ซึ่งได้ออกมาเปิดตัวจักรยานที่จะให้ทำการแข่งขันในปี 2020 เรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้ จักรยาน Cannondale Super Six เหมือนกับปีที่ผ่านมา แต่จะเพิ่มสีสันให้กับจักรยาน เพื่อให้เข้ากับชุดแค่นั้น และผู้สนับสนุนหลักเจ้าเก่า ๆก็ยังอยู่ทั้งหมด

Cannondale Super Six EVO Neo เสือหมอบที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

แต่ถ้าใครชื่นชอบจักรยานเสือหมอบในแบบจักรยานไฟฟ้าทางค่าย Cannondale นั้นก็ได้เปิดตัวจักรยานออกมาใหม่จักรยานเสือหมอบไฟฟ้า ในรูปแบบ แอโรไดนามิก คือซ่อนสาย 100 % ตัวท็อปนั้น จะเป็นระบบดิสก์เบรก และขับเคลื่อนด้วย Shimano Dura-Ace Di2 9170 โดยจักรยานทั้งคันนั้นมีน้ำหนักเพียง 11 กิโลกรัม (ไซด์ แอล)

 Cannondale Super Six EVO Neo นั้น ที่ซ่อนทั้งสายเบรก และสายเกียร์ ที่เป็นจุดเด่นในเรื่องแอไดนามิค และสามารถ แยกส่วนได้คือส่วน แฮนด์ และตัว สเต็ม นั่นเอง

 ทางค่าย Cannondale มีการโฆษณาไว้ว่ารูปแบบท่อจักรยานในรุ่น Super Six EVO ถ้าเทียบกับจักรยานที่ท่อปกติทั่วไปนั้นจะทำให้จักรยาน รุ่น Super Six EVO นี้ใช้แรงปั่นน้อยกว่า ถึง 30 % กันเลยทีเดียว สำหรับมอเตอร์จักรยานนั้น จะอยู่บริเวณด้านหลังดุมรถซึ่ง Cannondale บอกว่าทั้ง แบตเตอรี่กับมอเตอร์นั้นรวมกันหนักไม่เกิน 3.5 ก.ก เท่านั้น ส่วนปุ่มเปิดและปิดมอเตอร์อยู่ บริเวณท่อนอน ทั้งยังสามารถบอกว่าแบตเตอรี่ เหลือเท่าไหร่ได้ ยังมีระบบอัจฉริยะอีกอย่างก็คือ การที่ Cannondale นั้นใช้แอปพลิเคชันของตัวเองร่วมกับ เซนเซอร์ที่เป็นการออกแบบโดยเฉพาะของ Garmin ที่ทำให้มีการแจ้งผลการแจ้งเตือนต่าง ๆ อย่างมากมายเช่น ครบระยะทางการปั่นตามกำหนดต้องเอาจักรยานไปตรวจและซ่อมได้แล้วเป็นต้น

การใช้แบตเตอรี่นั้น สามารถใช้ได้ 250 วัตต์ หรือสามารถปั่นได้ถึง 75 กิโลเมตรเลย แต่ถ้าอยากมีแบตเตอรรี่สำรองก็ยังสามารถติดตั้งได้บริเวณขากระติกได้เช่นกัน

Cannondale Super Six EVO Neo เสือหมอบที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

 โดยการผลิต Super Six EVO Neo ออกมานั้น คงมีเพียงแค่ 3 ขนาดเท่านั้น ก็คือ ไซส์ S= 51 เซนติเมตร M= 54 เซนติเมตร L= 56 เซนติเมตร

 ส่วนราคานั้นถ้าดูจากเทคโนโลยีการผลิตแล้ว ก็สมน้ำสมเนื้อ โดยตัวท็อปนั้น ราคาอยู่ที่ หนึ่งแสนดอลล่า หรือสามแสนบาทนั่นเอง ส่วนรุ่นรองลงมา ก็มีราคา ตั้งแต่ หกพันห้าร้อยดอลล่า (ประมาณสองแสนบาท) จนไปถึง สี่พันห้าร้อยดอลล่า (หนึ่งแสนสีหมื่นบาท)

 แต่สำหรับการ ที่จะซื้อมาใช้ในบ้านเรานั้น ก็คงต้องดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมายให้ดีก่อน ซึ่งถ้าไม่ติดปัญหาอะไรก็เป็นจักรยานทางเลือกที่น่าใช้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

Cannondale Super Six EVO Neo เสือหมอบที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *